CGTN เผยแพร่บทความวิเคราะห์ถึงความสามารถในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจจีนท่ามกลางสภาวะความไม่แน่นอนทั่วโลก โดยเนื้อหาได้เน้นย้ำถึงบทบาทของมณฑลสำคัญอย่าง เจียงซู ในฐานะฟันเฟืองหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างมีคุณภาพ พร้อมทั้งระบถึงความพยายามเชิงนโยบายในการส่งเสริมการจ้างงาน การเพิ่มรายได้ และการยกระดับบริการสาธารณะ ซึ่งทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเพื่อให้มั่นใจว่าการสร้างความทันสมัยแบบจีนจะนำไปสู่ความมั่งคั่งร่วมกันเพื่อทุกคน
ปักกิ่ง, March 07, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — ในขณะที่เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนที่เพิ่มสูงขึ้นและการปรับโครงสร้างภายในประเทศที่ยังคงดำเนินต่อไป ความสามารถในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของจีนจึงกลายเป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกมาอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง
ในฐานะมณฑลหลักที่สามารถรักษาไว้ได้ทั้งพลวัตทางเศรษฐกิจและความก้าวหน้าทางสังคม มณฑลเจียงซูทางฝั่งตะวันออกของจีนจึงเป็นตัวอย่างที่ทำให้เห็นภาพชัดเจนว่า เพราะเหตุใดเศรษฐกิจของจีนจึงยังคงแสดงให้ประจักษ์ถึงความสามารถในการฟื้นตัวและพลังขับเคลื่อน ท่ามกลางสภาพแวดล้อมภายนอกที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน
ในปี 2025 ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของจีนพุ่งสูงเกินกว่า 140 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 20.16 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยในบรรดามณฑลต่าง ๆ ของจีน เจียงซู โดดเด่นในฐานะเสาหลักทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ซึ่งสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจคิดเป็นสัดส่วนราว 1 ใน 10 ของประเทศ ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะห้าปี ฉบับที่ 14 (ปี 2021-2025) ขนาดเศรษฐกิจของมณฑลเจียงซูสามารถก้าวข้ามหมุดหมายระดับ “ล้านล้านหยวน” ได้ถึง 4 หมุดหมายติดต่อกัน สะท้อนถึงการขยายตัวของฐานเศรษฐกิจอย่างมั่นคงควบคู่ไปกับการรักษาแรงขับเคลื่อนที่แข็งแกร่ง
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ในระหว่างการเข้าร่วมพิจารณาวาระร่วมกับคณะผู้แทนจากมณฑลเจียงซู ในการประชุมสมัยที่ 4 ของสภาประชาชนแห่งชาติจีน (NPC) ชุดที่ 14 ซึ่งเป็นองค์กรนิติบัญญัติสูงสุดของจีน ประธานาธิบดี Xi Jinping ได้เน้นย้ำว่า มณฑลที่มีความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจจะต้องรักษารากฐานให้มั่นคงและสร้างความสามารถในการฟื้นตัวที่เข้มแข็งเพื่อรับมือกับผลกระทบจากภายนอก เพื่อที่จะสามารถเป็นพลังสำคัญในการสร้างเสถียรภาพให้กับภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศได้
การเติบโตอย่างมีคุณภาพและความสามารถในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ
คุณลักษณะเด่นที่นิยามผลการดำเนินงานทางเศรษฐกิจของเจียงซูคือ การผสมผสานระหว่างขนาดและคุณภาพ ประธานาธิบดี Xi Jinping ได้เรียกร้องให้มณฑลเจียงซูเดินหน้าเสริมสร้างความสามารถในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ผ่านการยกระดับขีดความสามารถภายในประเทศ การบูรณาการเข้ากับตลาดภายในประเทศที่เป็นเอกภาพให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และการขยายการเปิดกว้างสู่ภายนอกในระดับสูง
ภาคการผลิตยังคงเป็นเสาหลักที่สำคัญยิ่ง โดยดัชนีการพัฒนาคุณภาพสูงด้านการผลิต (Manufacturing High-Quality Development Index) ของมณฑลเจียงซูครองอันดับหนึ่งของประเทศติดต่อกันเป็นเวลา 5 ปี ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงทั้งความล้ำสมัยทางอุตสาหกรรมและขีดความสามารถด้านนวัตกรรมที่แข็งแกร่ง นับตั้งแต่เครื่องจักรและอุปกรณ์ขั้นสูงและวงจรรวม ไปจนถึงพลังงานใหม่และชีวการแพทย์ ระบบนิเวศทางอุตสาหกรรมของมณฑลแห่งนี้ได้ช่วยรักษาความสามารถในการแข่งขันเอาไว้ได้ ท่ามกลางการปรับเปลี่ยนโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโลก
อุปสงค์ภายในประเทศก็แสดงให้เห็นถึงพลังขับเคลื่อนเช่นกัน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือความนิยมอย่างล้นหลามของลีกฟุตบอลระดับมณฑลที่รู้จักกันในชื่อ “ซู ซูเปอร์ลีก” (Su Super League) ซึ่งดึงดูดผู้ชมได้มากกว่า 2.43 ล้านคน ในปี 2025 ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า กีฬา วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว สามารถช่วยกระตุ้นการบริโภคและปลดล็อกศักยภาพของตลาดภายในประเทศได้อย่างมหาศาล
ในขณะเดียวกัน เจียงซูยังคงครองตำแหน่งของการเป็นหนึ่งในมณฑลที่มีระบบเศรษฐกิจเปิดกว้างที่สุดของจีน โดยในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะห้าปี ฉบับที่ 14 มณฑลแห่งนี้สามารถดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศที่เกิดขึ้นจริง (Actual Foreign Investment) ได้มากกว่า 1.19 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ
จากการมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในยุทธศาสตร์เศรษฐกิจคู่ขนาน (Dual Circulation) ทั้งภายในและระหว่างประเทศ เจียงซูได้แสดงให้เห็นว่าจีนเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับตลาดภายในประเทศไปพร้อม ๆ กับการรักษาความเปิดกว้างและการบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจโลกได้อย่างไร
การสร้างความทันสมัยที่อำนวยประโยชน์แก่ปวงชน
อย่างไรก็ตาม การเติบโตทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียวไม่ใช่เป้าหมายสูงสุด ดังที่ประธานาธิบดี Xi Jinping ได้เน้นย้ำในระหว่างการหารือว่า การสร้างความทันสมัยแบบจีนนั้น มีนิยามสำคัญคือ การสร้างความมั่งคั่งร่วมกันเพื่อทุกคน (Common Prosperity for All)
ดังที่ประธานาธิบดี Xi Jinping ได้ชี้ให้เห็นว่า การบรรลุเป้าหมายดังกล่าวหมายถึงการตอบคำถามสำคัญในหลายประเด็น ได้แก่: เราจะบรรลุการจ้างงานที่มีคุณภาพและเต็มอัตราได้อย่างไร และเราจะเพิ่มรายได้ให้กับผู้อยู่อาศัยทั้งในเขตเมืองและเขตชนบทได้อย่างไร
ข้อกังวลเหล่านี้หลายประการได้รับการตอบและระบุไว้ในร่างรายงานผลการปฏิบัติงานของรัฐบาล (Draft Government Work Report) ซึ่งได้เสนอต่อสมาชิกรัฐสภาเพื่อพิจารณาเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยรายงานฉบับดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและมาตรการเชิงนโยบายต่าง ๆ ที่มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นสำคัญ
การจ้างงานยังคงเป็นวาระเร่งด่วนสูงสุด โดยรัฐบาลจะขยายโครงการการจ้างงานเพื่อการสงเคราะห์ (Work-for-relief programs) เพื่อช่วยเหลือกลุ่มผู้ประสบความยากลำบากในการหางาน ในขณะเดียวกัน กลุ่มแรงงานอิสระและผู้ประกอบอาชีพในรูปแบบการจ้างงานสมัยใหม่ เช่น พนักงานส่งของ และคนขับรถรับส่งผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชัน จะได้รับสิทธิเข้าถึงโปรแกรมสวัสดิการสังคมที่ครอบคลุมและทั่วถึงมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ การกระตุ้นการบริโภคและการเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชนยังคงเป็นเป้าหมายเชิงนโยบายที่สำคัญประการหนึ่งด้วย จีนจะดำเนินแผนเพิ่มรายได้ สำหรับผู้อยู่อาศัยทั้งในเขตเมืองและชนบท โดยมีมาตรการที่มุ่งเน้นการเพิ่มพูนรายได้ให้แก่กลุ่มผู้มีรายได้น้อย การขยายช่องทางการสร้างรายได้ผ่านการลงทุนในอสังหาฯ ตลอดจนการปรับปรุงระบบค่าตอบแทนและระบบประกันสังคมให้ดียิ่งขึ้น
รายงานระบุว่า รัฐบาลจะจัดสรรพันธบัตรรัฐบาลพิเศษอายุยาวนาน (Ultra-long Special Treasury Bonds) รวมมูลค่า 2.5 แสนล้านหยวน เพื่อสนับสนุนโครงการนำของเก่ามาแลกของใหม่ (Trade-in programs) สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค ในขณะเดียวกัน จะมีการจัดตั้งกองทุนประสานงานด้านการคลังและเงินทุนพิเศษ (Special Fiscal-financial Coordination Fund) มูลค่า 1 แสนล้านหยวน เพื่อเอื้อต่อการขยายอุปสงค์ภายในประเทศ นโยบายต่าง ๆ เช่น การส่งเสริมให้มีช่วงปิดเทอมในฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง และการสนับสนุนให้พนักงานใช้วันลาพักร้อนแบบเหลื่อมเวลา (Staggered Paid Leave) คาดว่าจะช่วยกระตุ้นการบริโภคในภาคบริการและการท่องเที่ยวให้คึกคักยิ่งขึ้น
ในส่วนของบริการสาธารณะและสวัสดิการสังคม ร่างรายงานฉบับดังกล่าวระบุว่า เงินบำนาญพื้นฐานขั้นต่ำ (Minimum basic old-age benefits) สำหรับผู้อยู่อาศัยในเขตชนบทและในเขตเมืองที่ไม่ได้ทำงาน จะได้รับการปรับเพิ่มขึ้น 20 หยวนต่อเดือน ในส่วนของบริการดูแลผู้สูงอายุ จะมีการจัดสรรบัตรกำนัลบริการดูแลผู้สูงอายุ (Elderly care service vouchers) เพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุที่มีความบกพร่องในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันตั้งแต่ระดับปานกลางขึ้นไป
นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีแผนที่จะขยายการคุ้มครองของประกันการคลอดบุตรและตั้งครรภ์ (Maternity insurance) การรับรองสิทธิการลาคลอด การเร่งพัฒนาบริการดูแลเด็กแบบถ้วนหน้า (Inclusive childcare services) รวมถึงการนำนโยบายด้านที่อยู่อาศัยมาใช้เพื่อสนับสนุนครอบครัวที่มีบุตรตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปให้ดียิ่งขึ้น
ติดต่อ: CGTN Digital, [email protected]
GlobeNewswire Distribution ID 9667788